วิธีสร้างความประทับใจในการสัมภาษณ์งาน


หลังจากขั้นตอนการหางาน ไม่ว่าจากเว็บไซต์หางานหรือเดินหาด้วยตัวเอง ต่อด้วยการกรอกใบสมัครงาน จากนั้นก็มานั่งรออย่างใจจดใจจ่อที่บ้าน ในที่สุดฝ่ายบุคคลก็โทรมาบอกว่า คุณได้สัมภาษณ์งาน แล้ววว ขั้นตอนนี้แหล่ะที่จะตัดสินว่าคุณจะได้งานทำหรือไม่ 
ประสบการณ์และทักษะในการทำงานของคุณเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการพิจารณา การสัมภาษณ์งานเป็นการนำเสนอตัวเองให้องค์กรหรือบริษัทที่คุณต้องการทำงานด้วยได้รู้ว่าคุณเข้ากับพวกเขาได้มากน้อยแค่ไหน คุณจะได้งานหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับขั้นตอนนี้ หากผู้สัมภาษณ์ประทับใจในตัวคุณมากก็มีโอกาสมาก ดังนั้นการเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อสร้างความประทับใจในการสัมภาษณ์งานจึงเป็นสิ่งสำคัญมากเลยทีเดียว    

หาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทล่วงหน้า อย่าเข้าไปสัมภาษณ์โดยไม่รู้อะไรเลย ใช้เวลาในการค้นคว้าเกี่ยวกับองค์กรให้มากที่สุด โดยเฉพาะเป้าหมายและนโยบายของธุรกิจหรือองค์กรที่คุณสมัครงานด้วย หากมีคำถามว่า “คุณรู้จักองค์กรนี้มากแค่ไหน” ความรู้นี้จะเป็นประโยชน์ในระหว่างการสัมภาษณ์อย่างมาก ถ้าคุณตอบได้อย่างฉะฉานเพราะศึกษามาอย่างดี ก็จะทำผู้สัมภาษณ์เห็นได้ว่าคุณสนใจองค์กรของพวกเขาและอยากร่วมงานด้วยจริงๆ  

แต่งกายให้เหมาะสมและเป็นมืออาชีพ การแต่งกายให้เหมาะสมเป็นการให้เกียรติและบ่งบอกถึงความเป็นมืออาชีพและแสดงให้เห็นว่าคุณตั้งใจกับการสมัครงานนี้อย่างจริงจัง รูปลักษณ์คือสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์เห็นก่อนที่คุณจะเอ่ยปากพูดอะไรออกมา ดังนั้นในการไปสัมภาษณ์งานไม่ว่าคุณจะใส่เสื้อผ้าแบบไหนก็ตามขอให้ดูเป็นทางการ เรียบร้อย สะอาด สบายตา ทิ้งเครื่องประดับวิบวับหรือดูรกรุงรังกับเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดไว้ที่บ้าน และหลีกเลี่ยงการใส่น้ำหอมที่ฉุนเกินไปด้วย เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ชอบน้ำหอมกลิ่นเดียวกับคุณ จำไว้ว่านี่คือความประทับใจแรก ยกเว้นความเป็นแฟชั่นสักวัน ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า 
 
ตรงต่อเวลา ผู้สมัครงานหลายคนมาตกม้าตายตอนนี้…ดังนั้นจงท่องไว้เลยว่าการตรงต่อเวลาเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะไม่เพียงแต่แสดงว่าคุณเชื่อถือได้ แต่ยังแสดงให้เห็นว่าคุณสามารถวางแผนชีวิตได้ดี การมาสายไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามจะทำให้คุณดูเป็นคนไม่มีระเบียบและไม่รู้จักวางแผน ในการสัมภาษณ์งาน คุณควรไปถึงก่อนเวลา 10-15 นาที เพื่อเตรียมพร้อม แต่อย่าไปไวเกิน เพราะอาจทำให้ผู้สัมภาษณ์รู้สึกกดดัน แทนที่จะประทับใจกลับกลายเป็นไม่ชอบใจได้ ถ้าคุณไปถึงก่อนเวลามากๆ ให้หาอย่างอื่นทำก่อน แต่อย่าไปสายเด็ดขาด เพราะคงไม่ใช่เรื่องถ้าคุณหางานแทบตายกว่าจะได้มาถึงขั้นนัดสัมภาษณ์ แต่ดันไปสาย เพราะฉะนั้นจึงควรศึกษาเส้นทางให้ดี ถ้ามีเวลาอาจไปสำรวจก่อนวันจริง ทดลองเดินทางเพื่อจะได้ไม่หลงและรู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน และเผื่อเวลาไว้ด้วย เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้  

แสดงความสนใจและกระตือรือร้น คุณสมัครงานเพราะอยากทำงาน ดังนั้นจงแสดงให้เห็นว่าคุณอยากได้งานนั้นจริงๆ ด้วยการให้ความสนใจกับผู้สัมภาษณ์ให้มากที่สุด การสัมภาษณ์ส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่เกิน 15 นาทีและไม่นานเกินหนึ่งชั่วโมง เพราะฉะนั้นจงโฟกัสสิ่งที่อยู่ตรงหน้า นั่งหลังตรง โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย และฟังอย่างตั้งใจ สบตาผู้สัมภาษณ์ขณะสนทนา เพราะการสบตาแสดงว่าคุณกำลังฟังพวกเขาอยู่ ถ้าหากการสบตาเป็นเรื่องยากสำหรับคุณให้ฝึกฝนโดยการสบตากับตัวเองในกระจกหรือฝึกกับญาติหรือเพื่อน 

ฝึกตอบคำถามก่อนสัมภาษณ์ มีคำถามสัมภาษณ์ยอดนิยมหลายคำถามที่มักจะเจอบ่อยในการสัมภาษณ์งาน เพื่อเป็นการลดความตื่นเต้นและสามารถตอบคำถามได้อย่างคล่องแคล่ว ให้คุณฝึกตอบคำถามเหล่านั้น โดยพิจารณาจากประวัติการทำงานและการศึกษาของตัวเอง คิดคำตอบที่จริงใจ แต่ยังคงดูดีในฐานะผู้สมัครงาน ซึ่งคำถามในการสัมภาษณ์งานที่พบบ่อย ได้แก่ อะไรคือจุดแข็งของคุณ, จุดอ่อนของคุณคืออะไร, ทำไมคุณถึงอยากทำงานบริษัทนี้, คุณมีเป้าหมายอะไรใน 5 ปี หรือ 10 ปี, ทำไมคุณถึงลาออกจากบริษัทเดิม, ที่ผ่านมาคุณเคยทำอะไรผิดพลาดบ้างไหม, คุณรู้อะไรเกี่ยวกับบริษัทนี้บ้าง, หรือคุณจะให้อะไรกับบริษัทบ้าง  จากนั้นให้จำลองการสัมภาษณ์กับเพื่อนหรือคนครอบครัว แล้วให้พวกเขาคำติชมการตอบคำถามของคุณอย่างตรงไปตรงมาเพื่อปรับปรุง
 
ถามคำถาม ในการสัมภาษณ์งาน ผู้สัมภาษณ์จะเปิดโอกาสให้คุณถามคำถามเมื่อสิ้นสุดการสัมภาษณ์ อย่าบอกว่า ไม่มีอะไรจะถาม เพราะการถามคำถามในการสัมภาษณ์แสดงให้เห็นว่าคุณสนใจงานนี้แค่ไหนและเตรียมตัวมาดีหรือไม่ ให้เตรียมคำถามไว้สัก 5-10 ข้อ เผื่อเลือก ตัวอย่างเช่น คุณมีโอกาสเติบโตได้แค่ไหน, คนที่จะประสบความสำเร็จในบริษัทนี้ต้องมีอะไรบ้าง, คุณต้องทำงานกับทีมไหนแผนกไหนบ้าง เป็นต้น เน้นคำถามส่วนใหญ่ของคุณเกี่ยวกับงานนั้น ๆ มากกว่าเงินเดือนและผลประโยชน์ 

ปิดท้ายด้วยคำขอบคุณ ในการสัมภาษณ์งานทั้งคุณและผู้สัมภาษณ์ต่างสละเวลามาเพื่อพบกัน ถึงแม้ตอนนี้คุณจะไม่รู้ว่าจะได้ร่วมงานกับองค์กรนี้หรือไม่ แต่ควรแสดงความขอบคุณให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่าคุณรู้สึกดีใจเพียงใดที่ได้รับการพิจารณาในขั้นตอนนี้ บอกพวกเขาว่าคุณรู้สึกเป็นเกียรติมากที่มีโอกาสได้มาสัมภาษณ์งาน 


การสัมภาษณ์งานจะไม่ราบรื่นเลยหากคุณตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก เพราะฉะนั้นจงผ่อนคลาย ยิ่งคุณสงบสติอารมณ์ได้มากเท่าไหร่คุณก็จะสามารถเป็นตัวของตัวเองได้มากเท่านั้น การทำให้ตัวเองผ่อนคลายในการสัมภาษณ์งานได้ดีที่สุด คือ การเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งการฝึกซ้อมสัมภาษณ์ เลือกเครื่องแต่งกาย การเดินทาง การหาข้อมูล จัดเตรียมเอกสาร และการตั้งคำถาม เพราะเมื่อคุณเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว คุณก็จะสบายใจขึ้น พอวันสัมภาษณ์ก็แค่หายใจเข้าลึก ๆ เป็นตัวของตัวเองในแบบที่สงบนิ่ง และเดินเข้าห้องสัมภาษณ์อย่างมั่นใจ