ได้งานสองที่ เลือกที่ไหนดี


หลังจากที่คุณมุ่งมั่นหางานและกรอกใบสมัครงานมาอย่างเหน็ดเหนื่อย แล้วพบว่าตัวเองได้รับข้อเสนอจากสองบริษัท แน่นอนว่าเป็นใครก็ต้องดีใจและตื่นเต้น เพราะกำลังจะได้งานทำแล้ว แต่หลังจากนั้นความลำบากใจก็ตามมาเมื่อต้องเลือกว่าจะทำงานที่ไหน บริษัทนี้ก็ดี อีกบริษัทก็ดีเหมือนกัน แล้วจะเลือกที่ไหนดีล่ะ
สิ่งแรกที่คนเรามักจะดูตอนเลือกงาน คือ ที่ไหนจ่ายมากกว่ากัน? หยุดก่อน!!! อย่าเพิ่งใจร้อน ไม่ใช่ว่าเราจะให้คุณทิ้งเงินเดือนสูงๆ ไปทำงานที่ชอบมากกว่าแล้วเงินเดือนไม่พอใช้ แต่อยากให้ลองพิจารณาหลายๆ อย่างประกอบกัน ลองชั่งน้ำหนักดู เพื่อการทำงานในระยะยาว ดีกว่าตัดสินใจอย่างเร่งรีบแล้วต้องลาออกเพราะเข้ากับองค์กรไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องหางานใหม่ กรอกใบสมัครงานจนปวดมืออีก  

ลองเปรียบเทียบสิ่งเหล่านี้ของแต่ละบริษัท เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 

สวัสดิการ โบนัส และสิทธิพิเศษ  แม้ว่าเงินเดือนจะเป็นข้อพิจารณาที่สำคัญในการหางาน แต่ไม่ใช่ทุกสิ่ง เราควรเปรียบค่าตอบแทนในรูปแบบอื่นๆ ด้วย บางบริษัทอาจมีเพียงสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐาน เช่น ประกันสุขภาพ ประกันสังคม วันหยุด วันลาพักร้อน แต่บางบริษัทให้มากกว่า เช่น การันตีโบนัส ส่วนลดสินค้าและบริการ อาหารฟรีบางมื้อ มีรถรับส่ง หรือพนักงานสามารถซื้อหุ้นของบริษัทได้ เป็นต้น แน่นอนว่าคนเราต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง บริษัทไหนข้อเสนอมากกว่าก็ให้คะแนนไว้ก่อนเลย 

โอกาสในการเติบโต ไม่ว่าคุณจะกำลังหางานใหม่หรือเพิ่งเริ่มสมัครงานครั้งแรกหลังจากเรียนจบ เราเชื่อว่าทุกคนมีเป้าหมายในอาชีพระยะยาวของตัวเอง บริษัทที่คุณควรจะเลือกทำงานด้วยจึงควรเป็นบริษัทที่สามารถส่งเสริมเป้าหมายอาชีพในอนาคตของคุณได้ เพราะการที่คนเราจะประสบความสำเร็จนั้น ไม่ใช่แค่ต้องใช้ความสามารถเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีโอกาสที่ดีด้วย ดังนั้นคุณจะต้องพิจารณาว่าบริษัทไหนที่เห็นคุณค่าของคุณ ให้โอกาสคุณได้พัฒนาและเติบโตมากกว่า เช่น ส่งไปอบรม ไปดูงาน ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ 

หาข้อเสีย ผู้สมัครงานหลายคนมักจะถูกโน้มน้าวไปกับข้อเสนอจูงใจต่างๆ ของบริษัท แต่เวลาหางานไม่ใช่แค่ข้อดีที่คุณต้องนำมาพิจารณา ข้อเสียก็เป็นสิ่งที่ต้องเปรียบเทียบเช่นกัน ให้ถามตัวเองว่าเหตุผลที่คุณตัดสินใจมองหางานนี้คืออะไร แล้วบริษัทนั้นตอบโจทย์ความตั้งใจแต่แรกของคุณได้หรือไม่ เช่น เงินเดือนต่ำกว่าที่ขอ ตำแหน่งไม่ตรงตามต้องการ เป็นต้น ถ้าไม่แล้วมีข้อเสนออย่างอื่นที่ดีทดแทนกันได้หรือเปล่า แล้วคุ้มค่าไหม เพราะไม่อย่างนั้นก็เหมือนกับการหนีเสือปะจรเข้ แล้วลงเอยด้วยการหางานใหม่อีกครั้ง 

ประเมินวัฒนธรรมองค์กร เราใช้เวลาส่วนใหญ่ในที่ทำงาน จึงเป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่เราจะต้องการหางานที่ทำแล้วมีความสุข เพราะถึงแม้งานจะยาก แต่สถานที่ทำงานและเพื่อนร่วมงานต้องทำให้เราอยากไปทำงานทุกวันได้ หากคุณเคยอยู่ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่ดี คุณจะรู้ว่าเหนื่อยแค่ไหน ดังนั้นวัฒนธรรมองค์กรจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการตัดสินใจว่าจะรับข้อเสนอของใคร ดูว่าสไตล์การทำงานของคุณเป็นแบบไหน จากนั้นเลือกบริษัทที่เขากับคุณได้มากที่สุด ตอนสมัครงานคุณอาจไม่รู้หรอกว่าองค์กรนั้นมีวัฒนธรรมอย่างไร แต่จะเห็นได้ตอนไปสัมภาษณ์งาน เพราะฉะนั้นสังเกตุให้ดี  
  
เปรียบเทียบจากการสัมภาษณ์งาน เปรียบเทียบประสบการณ์การสัมภาษณ์งานระหว่างสองบริษัทให้ดี โดยเฉพาะถ้าคนที่จะต้องเป็นหัวหน้างานคุณในอนาคตมาสัมภาษณ์งานด้วยตัวเอง ก็ต้องยิ่งคิดให้รอบคอบ ลองนึกดูว่าผู้สัมภาษณ์มาตรงเวลาไหม ให้คุณรอนานเกินไปหรือเปล่า ตอบคำถามคุณได้เคลียร์ทุกข้อหรือไม่ ตั้งใจฟังคุณแค่ไหน จะเป็นอย่างไรถ้าคุณต้องทำงานกับคนๆ นั้นไปตลอด 


ใจเย็นๆ และหยุดไตร่ตรองเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้งานที่เหมาะสมที่สุด จำไว้ว่าตอนหางานคุณต้องใช้ความพยายามแค่ไหน อย่าให้ความพยายามนั้นสูญเปล่า ชั่งน้ำหนักข้อดี-ข้อเสียของแต่ละที่ให้ดี แล้วทุกอย่างจะเป็นไปตามเป้าหมายของคุณ